วาดรูปแล้วมันไม่ดังไม่มีคนสนใจงานเลย จะทำยังไงดี

by Meisanmui NFT

ถามว่าวาดรูปไปทำไม ในเมื่อบางคนวาดรูปแล้วมันไม่ดังไม่มีคนสนใจงานเลย จะทำยังไงดีอะไรอย่างนี้นะคะ

บางคนหมดกำลังใจในการที่จะเขียนภาพดีๆออกมา เพราะวาดไปเท่าไหร่แล้วเนี่ยก็เหมือนเทน้ำลงทรายเหมือนไม่มีใครสนใจเลย พี่จะบอกว่าทุกคนเป็นกันช่วงแรกๆอยู่แล้วเพราะว่าไม่มีใครมาถึงปุ๊บดังเลยตั้งแต่แรก มาถึงแล้วมีชื่อเสียงทุกคนติดตามอะไรอย่างนี้คือไม่ใช่ทุกคนที่เป็นแบบนั้นนะคะ

บางคนที่เขาวาดอะไรออกมาดูจะดังแล้วก็ดูจะมีชื่อเสียงดูจะมีคนชอบไปซะหมด วาดอะไรก็ดูดีดูป๊อปดูโอเคไปซะหมดเลยนะ แต่จริงๆแล้วบางทีนะมันมันไม่ใช่อย่างนั้นเสมอไป เพราะว่ามันไม่ได้ทุกคนที่โชคดีอย่างนั้นเสมอไปนะคะ บางคนทำงานหนักเท่ากัน แต่ได้ผลไม่เหมือนกันก็มี มันก็จะมีบางคนที่วาดรูปแล้วเนี่ยคือก็ไม่มีใครสนใจเลยนะ

เหมือนวาดเท่าไหร่ก็ดูจะเงียบไปก็ไม่มีใครตอบรับเลยนะคะ ซึ่งจริงๆแล้วก็ถามว่ามันน่าสงสารไหม ก็น่าสงสารแหละแต่ว่าจริงๆทุกคนก็เคยเป็นอย่างนั้นนะคะ เพราะว่าไม่ใช่ทุกคนที่เกิดเกิดมาปุ๊บแล้วดังเลยมันก็ต้องมี process ของมัน

และความดังมันก็ไม่ได้อยู่ตลอดไปนะ ความดังอยู่กับเราชั่วครู่

เพราะฉะนั้น ถามว่าเราจะทำยังไงได้บ้าง?

เราก็ทำเต็มที่แล้วปล่อยวางดีที่สุดแล้ว การที่เราปล่อยวางก็คืออย่าเพิ่งไปคิดถึงเรื่องความดัง เวลาที่เราว่าถ้าเราคิดถึงความดังมันจะไม่ดังนะ ถ้าเราคิดพยายามคิดว่ายังไงวะถึงจะดังนี้มันจะไม่ดัง คิดใหม่ค่ะ คิดอีกอย่างนึง ก็คือพยายามคิดว่าว่ายังไงที่ทำให้คนดูเขามีความสุขกับภาพของเรามากที่สุดทำยังไงที่ทำให้เรา Express ความเป็นตัวเราออกมามากที่สุด วาดยังไงทำให้ผู้ดูเนี่ยรู้สึกซาบซึ้งหรือว่ารู้สึกเข้าใจในสิ่งที่เราต้องการจะสื่อมากที่สุด ไม่ใช่วาดยังไงให้ดังที่สุด

ถ้าคุณเริ่มโจทย์ที่ว่าวาดยังไงให้ดังที่สุดเนี่ยมันก็ผิดตั้งแต่ต้นแล้ว ก็คือมันผิดมันเหมือนมันเหมือนต้นเหมือนน้องจะปลูกอะไรสักอย่างน้องต้องมีเมล็ดต้นนั้นใช่ไหมแล้วถ้าน้องปลูกมะม่วงยังไงมันก็ออกมาเป็นมะม่วงอยู่ดีมันไม่มีทางเป็นต้นไม้ชนิดอื่นได้นะคะ

ถ้าลึกๆแล้วเนี่ยเราเป็นคนที่อยากจะดังหรือว่าอยากมีชื่อเสียงแล้วเราพยายามสุดท้ายมันก็จะได้สิ่งนั้นถ้าเราเอาจริงกับมัน แต่ความดังเป็นเรื่องที่คนเรา overrate หรือให้คุณค่ากับมันมากเกินไป

ถ้าถามพี่บอกว่าแล้วพี่ล่ะมีอยากมีชื่อเสียงไหม พี่อยากมี เพื่อพี่อยากจะได้จะขายงานตัวเองได้จะอยู่ได้ด้วยงานศิลปะของตัวเองนะคะ อยู่ได้โดยการวาดรูปอะไรอย่างงี้ เพราะฉะนั้นพี่ก็เลยคิดว่าดังมันก็จำเป็นเหมือนกันมันก็ทำให้เราสามารถขายงานได้แต่มันเป็นสิ่งที่เราเราควรจะเป็นสรณะไหมก็ไม่ เพราะว่าเราอยากดังได้ไหม อยากดังก็ได้ แต่คือมันก็จะต้องมีมีความสุขในสิ่งที่ทำด้วย

ไม่ใช่แบบว่าเราอยากดังจนลืมไปในสิ่งที่สำคัญ ลืมในสิ่งที่มันอาจจะเป็นสิ่งที่เปลี่ยนชีวิตเราเลยก็ได้อย่างเช่นอย่างเรื่องของความสุขเลย ถ้าเราอยากดังแต่เราไม่มีไม่มีความสุขกับการเดินทางระหว่างนั้นมันไม่มีประโยชน์นะ ส่วนใหญ่ก็อยากได้อยากดังมากกว่า แต่บางคนก็ไม่อยากได้เขาอยากอยู่เบื้องหลังคนเบื้องหลังอยากทำอะไรที่สงบอะไรไม่ไม่ยุ่งกับคนอื่นเลย เพราะฉะนั้นเนี่ยการที่เราการที่เราอยากดังหรือไม่ดังอะไรพวกนี้คือมันก็เป็นมันเป็นเรื่องของเราอยู่แล้ว มันไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อนหรืออะไร

แต่ว่าคนที่เดือดร้อนคือตัวเราเองนั้นเองเพราะว่าใจของเราอาจจะรุ่มร้อนอาจจะอยากที่จะมีชื่อเสียงจนบางทีลืมลืมหลายอย่างบางทีก็ลืมไปว่ามันอาจไม่ได้จำเป็นเสมอไปนะ คือในโลกนี้ 100 คนหนึ่งคนจะเป็นซุปเปอร์สตาร์ แต่ว่าเราสามารถความสุขแม้ยังไม่ต้องเป็นซุปเปอร์สตาร์ก็ได้ แล้วถ้าเรามีความสุขกับการวาดคนก็จะรู้คนก็จะแล้วมันก็จะส่งส่งผลต่อต่อตัวงานที่ทำ ถ้าตัวเรามีความสุขงานก็ดูมีความสุขคนดูก็จะมีความสุขแล้วเราก็จะมีชื่อเสียงอัตโนมัติ แต่มันไม่ใช่แบบเมจิกทริค แบบควิกฟิกซ์

แบบที่ว่าพอตื่นขึ้นมาแล้วเนี่ยเรามีชื่อเสียงเลยทันทีแล้วแบบคือมันเป็นกระบวนการหรือการเดินทางแล้วส่วนมากเนี่ยคือกระบวนการนั้นน่ะที่ก่อนที่จะเกิดขึ้นคุณก็ต้องทำอะไรสักอย่างก่อนที่ก่อนที่จะเกิดสิ่งนั้น ก็จริงๆถามว่ามันเป็นเรื่องที่มันเป็นเรื่องที่ที่สำคัญไหม ก็สำคัญแหละ เพราะว่าจริงๆทุกคนก็วาดรูปคือนึกๆแล้วในใจก็อยากจะทำมาหาเลี้ยงชีพจากการวาดรูป แล้วการทำมาหาเลี้ยงชีพจากการวาดรูปได้ก็คือต้องต้องดังก่อนนั่นแหละเป็นช่องทางนึง

พอดังแล้วเนี่ยก็จะทำอะไรมันก็ง่ายนะ แต่ว่าบางทีความดังมันทำให้คนขายวิญญาณตัวเองได้ ก็คือเหมือนพยายามทำในสิ่งที่ไม่ใช่ตัวเองไม่ใช่เป็นสิ่งที่ตัวเองชอบหรือว่าไม่ใช่เป็นสิ่งที่ตัวเองอยากจะทำแต่ว่าทำเพราะว่าอยากจะให้คนชอบงานเราอะไรแบบนี้ซึ่งจริงๆแล้วถามว่ามันดีไหมก็มันก็แล้วแต่กรณีไป เพราะว่าถ้าถ้าถามว่าถ้าคุณมีความสุขกับสิ่งที่ สิ่งนั้นทำให้คุณมี passion อย่างน้อยมันก็ดีมันก็ดีกว่า การที่เราจะดังเนี่ยมันก็เป็นเรื่องของการเดินทางไป มันเป็นการเดินทางระหว่างนั้นไป

มันไม่ใช่เรื่องที่แบบซีเรียสว่าจะต้องจะต้องได้ต้องได้เลยทันทีนะ

ไม่ใช่ คือมันเป็นเรื่องที่โอเคคือได้มาก็คือเป็นโบนัสแล้ว เพราะว่าระหว่างนั้นเราได้ทำสิ่งที่ชอบไปแล้ว เราไม่จำเป็นที่จะต้องไปคิดถึงเรื่องความดังมากเลย มันก็เป็นอีกหนึ่งแนวคิดนะ คือถ้าคิดว่าจะมีความสุขจากการวาดรูปคุณสามารถมีได้ตอนนี้เลยมีได้เดี๋ยวนี้ right now เลยไม่จำเป็นที่จะต้องดังก่อนแล้วพอคุณคุณมีความสุขกับการทำงานคนก็จะเห็นงานของคุณแล้วเขาก็จะรู้เองว่าคุณเนี่ยมีความสุขกับการทำงานนะ

แล้วเขาก็จะซึมซับได้

คนชอบไปคิดว่า 2 + 1 = 3 คนชอบไปคิดคิดถึงผลลัพธ์คือ 3 ก่อน เข้าไปคิดถึงผลลัพธ์ที่มันจะออกมาก่อน คนชอบไปคิดถึง Final result ก่อนที่จะคิดถึงคิดถึงว่ามันมีอะไร 2 อย่างมาบวกกันแล้วถึงกลายเป็นผลลัพธ์ ความดังมันเป็นเรื่องของ results มันเป็นเรื่องของผลลัพธ์ ถ้าคุณอยากได้ผลลัพธ์คุณก็ต้องทำเหตุให้มันดีก่อนถ้าคุณทำผลลัพธ์มันก็จะออกมาดี ถ้าคุณคุณมีความสุขในการวาดคุณวาดแล้วมันรู้สึกอยากจะบอกหรืออยากจะอธิบายความรู้สึกที่มีอยู่ในใจจะเป็นความเศร้าก็ได้ไม่จำเป็นต้องมีความสุขอยากจะอธิบายความรู้สึกที่มีอยู่เนี่ยให้ให้แก่สาธารณชนได้รับรู้อะไรแบบนี้คือ ความรู้สึกที่มันอินเนอร์ไง

เพราะฉะนั้นเนี่ยคือมันเรื่องนั้นสำคัญกว่าอีกสำคัญกว่าการดังหรือไม่ดังเพราะว่าถ้าดังก็คือมันมาจากการที่เราทำเต็มที่ ปล่อยวาง แล้วมันก็จะดังขึ้นมาเองนะคะ พี่อาจจะอาจจะไม่ได้ดังระดับโลกอะไรนะแต่ว่าพี่ก็ผ่านวงการนี้มา ระดับที่พูดได้ว่าความดังคืออะไรและเคยสัมผัสมาแล้ว ก็คือเหมือนเหมือนมันเหมือนกินลูกอมนะ กินแล้วมันก็หวานแล้วมันก็ละลายใช่ไหมพอละลายปุ๊บเราก็อยากได้อยากสัมผัสความรู้สึกแบบนั้นอีก อยากกินอีก

แต่ว่าพี่บอกได้เลยว่ามันไม่ได้อยู่กับเราตลอดไปนะมันเป็นสิ่งที่ subjective ด้วยก็คือเหมือนแบบความดังก็ไปถามคนอื่นอาจจะบอกเธอมีหนึ่งพันฟอลก็ดังละ บางคนอาจจะล้านนึงถึงจะดัง มันเป็นเรื่องที่ถามว่าถ้าไม่มีคนสนใจงานเราเลยแล้วเรายังจะวาดรูปอยู่ไหมถ้าเรายังวาดก็แปลว่าเรารักสิ่งนั้นจริงๆ

ถ้ารักสิ่งนั้นเราไม่ต้องไปสนใจคนอื่นช่างแ***มันเลยช่างแ***ไม่ต้องสนใจคนอื่นค่ะคือคนอื่นมันจะชอบงานเราหรือไม่ก็ช่างมันคือเราสนใจที่ตัวเราจะมีความสุขของตัวเรา สนใจที่ว่าเราได้ Express ในสิ่งที่เราอยากจะสื่อหรือเปล่า เรารู้สึกเรารู้สึกอย่างนั้นจริงไหม เรารู้สึกแบบสิ่งที่เขียนภาพจริงหรือเปล่าเราเศร้าจริงไหมเราไม่งั้นมันจะดูเฟคมันจะดูเหมือนเราเขียนอะไรที่มันไม่ใช่ตัวเราแล้วคนจะจับได้ก็จับได้ เขาจะรู้สึกว่าคุณไม่ใช่ของจริงเพราะฉะนั้นการที่คุณจะไปถึงจุดนั้นได้จดที่ดังขึ้นมาได้คุณจะต้องมีความเป็น authenticity ก่อนก็คือซื่อสัตย์กับความชอบของตัวเองซื่อสัตย์กับทุกอย่างของตัวเองแล้วปล่อยให้สิ่งนั้นน่ะมันเป็นการเดินทางไปสู่จุดที่คุณต้องการแทนที่จะไปบังคับมันนะคะ

You may also like

Leave a Comment